10 วิธีดูแลผู้สูงอายุที่ลูกหลานควรรู้

ปก10วิธลูกหลานรู้.jpg

ในปัจจุบันสัดส่วนประชากรสูงวัยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็น ‘สังคมผู้สูงอายุ’ อย่างเต็มตัว ซึ่งการดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญที่ลูกหลานต้องเอาใจใส่ สังเกตทั้งเรื่องสุขภาพร่างกายและสุขภาพใจ ดังนั้นวันนี้เราได้รวม 10 วิธีการดูแลผู้สูงอายุที่ลูกหลานควรรู้และพึงปฎิบัติมาฝากกัน

1. การเลือกทานอาหาร
การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก เนื่องจากอายุที่มากขึ้น ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ การขับถ่ายมีประสิทธิภาพลดลง รวมไปถึงปัญหาช่องปากและฟัน ส่งผลทำให้การเคี้ยวอาหารอาจไม่ละเอียด ดังนั้นอาหารของผู้สูงอายุควรเป็นอาหารที่อ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย และถ้าผู้สูงอายุเลือกทานอาหารในแต่ละมื้อให้ครบ 5 หมู่ เน้นสารอาหารจำพวก ไฟเบอร์หรือเส้นใย โปรตีน วิตามิน คาร์โบไฮเดรต และไขมันดี ก็จะช่วยให้สุขภาพผู้สูงอายุแข็งแรงขึ้น 

2. การออกกำลังกาย 
การออกกำลังกายวันละนิดช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ตั้งแต่ กระดูก กล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนเลือด การขับถ่าย รวมไปถึงช่วยในเรื่องของความจำ แต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักไม่กล้าออกกำลังกายเพราะกลัวหกล้ม เข็ดขัดยอก ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ต้องช่วยส่งเสริมการออกกำลังกาย เช่น ช่วยพยุงให้ขยับกายบริหารเบาๆ พาเดินหรือเดินแกว่งแขนช้าๆ ให้ได้ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 10-20 นาที ก็สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงได้ หรือถ้าผู้สูงอายุยังกังวลเรื่องการหกล้มอยู่ ก็สามารถใช้ เข็มกลัดอัจฉริยะ DoCare Protect: Model P เพื่อการวิเคราะห์โอกาสที่จะเกิดการล้มและยังสามารถตรวจจับการล้มอัตโนมัติได้แม่นยำถึง 93% ติดตัวไว้ให้อุ่นใจและเพื่อเฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุได้ 

3. การออกไปสูดรับอากาศที่บริสุทธิ์

การที่อยู่ในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ช่วยป้องกันจากโรคต่าง ๆ ได้ เช่น วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ ฯลฯ เพราะอากาศที่บริสุทธิ์ช่วยล้างสิ่งสกปรกที่อยู่ในปอดได้ แต่ถ้าผู้สูงอายุได้รับอากาศเสียหรือที่เป็นมลภาวะ สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดศีรษะ หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล และเหนื่อยล้า ดังนั้นการอยู่ในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์จะช่วยให้ผู้สูงอายุห่างไกลจากโรคและสภาวะดังกล่าวได้

4. การป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

ปัญหาหลักๆ ของผู้สูงอายุ นอกจากปัญหาสุขภาพร่างกายที่เป็นไปตามวัยแล้ว คือเรื่องการหกล้มและการลื่น เนื่องจากสภาพร่างกายที่เสื่อมลงจึงทำให้มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุเหล่านี้ได้ แต่หลายคนคงคิดว่าการให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้านจะช่วยลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ แต่แท้ที่จริงแล้วการเกิดอุบัติเหตุกับผู้สูงอายุภายในบ้านก็สามารถพบได้บ่อย เช่น ลื่นล้มในห้องน้ำ ตกบันได ซึ่งตัวช่วยที่สามารถช่วยดูแลผู้สูงอายุได้คือ DoCare Protect: Model S ที่สามารถทำให้ผู้สูงอายุสงสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินไปยังลูกหลานผ่านแอพพิเคชันทันที เพียงแค่กดปุ่มบนอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ที่พื้นที่เสี่ยงรอบตัวบ้าน เท่านี้ก็สามารถช่วยลดปัญหาการช่วยผู้สูงอายุไม่ทันเวลาที่เกิดอุบัติเหตุได้

5. หลีกเลี่ยงสิ่งอบายมุขที่บั่นทอนสุขภาพ

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นควรเลิกทำสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การดื่มสุรา สูบบุหรี่ และพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ เพราะสิ่งบั่นทอนสุขภาพเหล่านี้เป็นตัวเร่งความเสื่อมสภาพของร่างกายของผู้สูงอายุให้เร็วขึ้น 

6. ควบคุมน้ำหนัก

การควบคุมน้ำหนักไม่ใช่แค่การทำให้ร่างกายหุ่นดีเพียงอย่างเดียว แต่การควบคุมน้ำหนักสำหรับผู้สูงอายุนั้น จะช่วยควบคุมเรื่องคอเลสเตอรอล ไขมันอุดตันในหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคข้อเข่าเสื่อม ฯลฯ  ได้เป็นอย่างดี

7. สังเกตอาการหรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของผู้สูงอายุ
ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุจะมีสภาพร่างกายที่เสมือนยังแข็งแรงดีอยู่ แต่ลูกหลานต้องอย่าลืมสังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของผู้สูงอายุบ่อยๆ เพราะบางครั้งความเจ็บป่วยก็ไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน พอรู้ตัวอีกทีอาจเอาจอยู่ในระดับที่รุนแรงแล้วได้ ซึ่งนอกจากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางสภาพร่างกายภายนอกแล้ว การสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และสภาพจิตใจของผู้สูงอายุก็เป็นเทคนิคที่ดีเพื่อเป็นการเฝ้าระวัง 

8. จัดบ้านให้เหมาะสม

การเตรียมบ้านให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่จำเป็นกับผู้สูงอายุ ภายในบ้านไม่ควรมีพื้นต่างระดับ เพื่อป้องกันการสะดุดล้ม พื้นในห้องน้ำไม่ลื่นจนเกินไป ควรแยกพื้นที่เปียกกับพื้นที่แห้งออกจากกัน มีราวจับในห้องน้ำหรือห้องที่มีการใช้งานบ่อยๆ โดยมีแสงสว่างที่เพียงพอ และนอกจากนี้สามารถติดตั้ง DoCare Protect: Model S เพื่อทำให้บ้านที่ผู้สูงอายุอยู่นั้น เป็นSmart Home และทำให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวอุ่นใจ แม้ในเวลาที่ผู้สูงอายุอยู่บ้านตามลำพัง

9. ตรวจสุขภาพประจำปี

ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังโรคต่าง ๆ หรือความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้น ถ้าเกิดพบเจอโรคก็จะสามารถดูแลรักษาได้ทันท่วงที และหมั่นทำตามคำแนะนำของแพทย์

10. หางานอดิเรกให้ผู้สูงอายุทำยามว่าง

การหางานอดิเรกให้กับผู้สูงอายุ จะช่วยลดปัญหาความเหงา ความเครียดได้ เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับการอยู่คนเดียว ชินกับการอยู่ในสังคมที่มีผู้คนมากๆมานาน ดังนั้นการหางานอดิเรกสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุคลายเหงาได้ เช่น การเต้นลีลาศในสมาคมผู้สูงอายุ เล่นดนตรี ถ่ายภาพ อ่านหนังสือ ฝึกอาชีพ ฯลฯ

ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุจะเคยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แต่เมื่ออายุที่มากขึ้นทำให้สภาพร่างกายเสื่อมถอยลง ดังนั้นสมาชิกในครอบครัวสามารถช่วยหันดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด เพื่อผู้สูงอายุจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ต่อไปในครอบครัวที่อบอุ่น